ช็อกโอลด์แทรฟฟอร์ด ก่อนเกมทุกโพล ทุกสำนักฟันธงเหมือนกันหมดว่า “แมนฯ ยูไนเต็ด กินนิ่ม” เพราะเพิ่งถล่มมา 2 นัดติด ตัวรุกเริ่มเข้าฝัก บรูโน่, อมาด, เมนู, เซิร์กซี ฟอร์มร้อนแรง แถมได้เล่นในบ้านที่ปีนี้ยังไม่แพ้ใครในลีก ส่วนเอฟเวอร์ตันของเดวิด มอยส์ ฟอร์มยังแกว่ง 5 นัดหลังชนะแค่นัดเดียว แนวรับรั่วบ่อย ๆ แฟนผีถึงขั้นคุยเล่น ๆ กันในกลุ่มว่า “ขอแค่ชนะ 3-0 ก็พอใจแล้ว” หลายคนลุ้นเห็นเด็ก ๆ อย่าง เลนี่ ยอโร่ กับ อมาด โชว์เหนืออีกครั้ง คาดการณ์กันว่าเกมรุกจะไหลลื่น และน่าจะยิงขาดตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ฟุตบอลมันกลมครับ… 90 นาทีที่เกิดขึ้น ทำเอาทั้งโอลด์แทรฟฟอร์ดระทึกทุกนาที ติดตามบทวิเคราะห์ สรุปผลบอลและรูปเกมที่ขึ้นได้ที่ PONBALL คลิ๊กเลย
วิเคราะห์แท็กติก รูปเกม และไฮไลต์ฟอร์มการเล่นทั้งสองทีม
ศึกพรีเมียร์ลีกคู่ดึกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จบลงแบบผิดความคาดหมาย เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ครองบอลแทบทั้งเกม กลับโดนเอฟเวอร์ตันบุกมาชิงชัย นาที 13 ของเกมคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างสั่นสะเทือนทันที อิดริสซ่า เกย์ เข้าปะทะหนักใส่คาเซมิโร่แบบไม่ต้องดู VAR ผู้ตัดสินควักใบแดงตรง ๆ ส่งเขาออกจากสนาม เอฟเวอร์ตันเหลือ 10 คนตั้งแต่เกมเพิ่งเริ่มได้ไม่เท่าไหร่ บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความรู้สึกเดียวกันว่า “งานเข้าแล้ว ทอฟฟี่เละชัวร์” แต่เดวิด มอยส์ กลับพลิกมุมมองทั้งหมดในเสี้ยววินาที สั่งลูกทีมปรับโครงสร้างรับ 5-3-1 ทันที เติมแนวรับเป็นกำแพง 3 ชั้นจากทาร์คอฟสกี้, คีน และโอไบรเอน ยืนขวางหน้าเขตโทษแบบแน่นเป็นคอนกรีต

ส่วนเคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ต้องรับบทหมุนตัวกวาดแนวกลางแทบจะคนเดียวตลอดครึ่งแรก แล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันก็มาถึงในนาที 29 ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ดักบอลได้กลางสนามในจังหวะที่ยูไนเต็ดเติมเกมสูง เขาสับสปีดหนีกองหลังสองคน พาบอลพุ่งตรงไปหน้าเขตโทษก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเสาแรกอย่างงดงาม 1-0 แบบเงียบทั้งโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทอฟฟี่ที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่า กลับเป็นฝ่ายขึ้นนำอย่างเหลือเชื่อ
ครึ่งหลังกลายเป็นบทละครฉากเดิม ๆ ของยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ พวกเขาครองบอลถึง 70% สร้างโอกาสเข้ากรอบ 8 ครั้ง เรียกเตะมุมได้ถึง 9 หน แต่ทุกลูกถูกจอร์แดน พิกฟอร์ดดับฝันไปหมด ราวกับเจ้าตัวอัพระดับเป็นร่างผสมของปีเตอร์ ชไมเคิล กับกอร์ดอน แบงค์ส เซฟสำคัญหลายครั้งชนิดที่ทำเอานักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดกุมหัวกันเป็นแถว
จังหวะสำคัญช่วงท้ายเกมที่พิกฟอร์ดเซฟเอาไว้ได้แบบสุดเหลือเชื่อ
• นาที 80 – ปัดลูกโหม่งเต็มแรงของเซิร์กซีออกหลัง
• นาที 89 – บินปัดโหม่งอีกครั้งอย่างสวยงาม
• นาที 90+2 – พุ่งบล็อกลูกยิงระยะเผาขนของเดอ ลิกต์
แนวรับเอฟเวอร์ตันก็ช่วยกันเต็มเหนี่ยว บล็อกไป 12 ครั้ง เคลียร์บอลถึง 34 ครั้ง เปลี่ยนเกมรับเป็นหมุดเหล็ก ที่ปีศาจแดงไม่มีทางเจาะเข้าไปทำประตูได้เลย สุดท้ายปีศาจแดงทำได้เพียงครองบอลวนไปมา ไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้อีกครั้ง เกมนี้เอฟเวอร์ตันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ฟุตบอลไม่ได้ชนะด้วยตัวเลข แต่มันชนะด้วยหัวจิตหัวใจและการเล่นเป็นทีมแบบสุดชีวิต ส่วนปีศาจแดง ยังคงมีปัญหาเรื่องความคมและการจบสกอร์เหมือนเดิม แม้จะเปลี่ยนโค้ชมาแล้วก็ตาม แฟนบอลสามารถติดตามผลการแข่งขันและบทวิเคราะห์แมตช์สำคัญได้ที่นี่ UFABET เราจะพาไปเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวของถ้วยเล็ก ถ้วยใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสีสัน
Top Performers นักเตะเด่นประจำเกม
| อันดับ | นักเตะ | ทีม | คะแนน | ไฮไลท์เด่น |
| 1 | จอร์แดน พิกฟอร์ด | เอฟเวอร์ตัน | 9.5 | เซฟ 7 ครั้ง, Clean sheet, MOM ชัดเจน |
| 2 | เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ | เอฟเวอร์ตัน | 9.0 | 1 ประตู, วิ่ง 12.8 กม., ตัดบอล 8 ครั้ง |
| 3 | เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ | เอฟเวอร์ตัน | 8.8 | บล็อก 5, เคลียร์ 11, ชนะลูกกลางอากาศ 9/10 |
| 4 | มัตไตส์ เดอ ลิกต์ | แมนฯ ยูไนเต็ด | 7.8 | เคลียร์ 8 ครั้ง, ชนะลูกกลางอากาศ 90% |
| 5 | บรูโน่ แฟร์นันด์ส | แมนฯ ยูไนเต็ด | 7.5 | สร้างโอกาส 6 ครั้ง, Key pass 8 ครั้ง |
จุดเปลี่ยนสำคัญ
นาที 13 ใบแดงตรงของอิดริสซ่า เกย์ (กลายเป็นจุดปลุกสปิริตทอฟฟี่แทนที่จะเป็นจุดจบ)
นาที 29 ประตูชัยจากเคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ (ไม่มีแอสซิสต์ แต่เป็นจังหวะเดี่ยวสุดสวย)
สถิติเด่น: ยูไนเต็ดยิงเข้ากรอบ 8 จาก 23 ครั้ง 34% เอฟเวอร์ตันยิงเข้ากรอบ 2 ครั้ง แต่ได้ 1 ประตู 50% สรุปคือ “จังหวะและความเฉียบขาด” ตัดสินทุกอย่าง
มุมมองจากสื่อและทรรศนะหลังเกม
สื่อนอกตีข่าวกันสนั่น “10-men Everton stun Old Trafford”, The Athletic เขียนหัวว่า “Pickford and Spirit Everton’s Greatest Away Win in Years” ส่วน สื่อไทย บอกว่า “นี่คือหนึ่งในผลการแข่งขันที่ช็อกที่สุดของฤดูกาล” เดวิด มอยส์ยิ้มกริ่มหลังเกม “ผมเคยพาทีมมาเก็บแต้มที่นี่หลายครั้ง และวันนี้เด็ก ๆ ทำได้สุดยอด” ส่วนเอริค เทน ฮากพูดสั้น ๆ “เราสร้างโอกาสได้เยอะ แต่ต้องคมกว่านี้”
แฟนผีแดงโพสผ่านโซเชียลเดือดจัด บางคนถึงขั้นเรียกร้อง #TenHagOut อีกครั้ง ส่วนแฟนเอฟเวอร์ตันยกให้เกมนี้เป็น “แมตช์แห่งทศวรรษ” ปีศาจแดงจะฟื้นตัวทันไหม หรือเอฟเวอร์ตันจะกลายเป็น “ม้ามืดรอดตกชั้น” แบบสุดดราม่า? คอมเมนต์คุยกันได้เลย แล้วถ้าชอบบทความนี้ ฝากแชร์ต่อด้วยนะครับ อย่าพลาดติดตามอัปเดตผลคัดเลือกที่นี่นะ ลุ้นทีมโปรดไปด้วยกัน ได้ที่เว็บไซต์ของเราทุกวัน ทางเข้า UFABET หรือหน้าแฟนเพจฟุตบอล ที่คุณชื่นชอบ

